เวทีเสวนา "การพนันในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ"

โดย CGS

เวทีเสวนา "การพนันในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ"

เวทีเสวนา การพนันในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ

ร่วมเสวนาโดย 

  • ดร.ธนิต โตอดิเทพย์ มหาวิทยาลัยบูรพา 
  • สมาน เหล่าดำรงชัย ศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นแห่งเอเชีย  
  • ผศ.ดร.สุภาวดี ขุนทองจันทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน  
  • จะเด็ด เชาว์วิไล มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล 

ดำเนินรายการโดย  ดร.ณัฐกร วิทิตานนท์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

 

^คลิกที่ภาพเพื่อรับชม

ดร.ธนิต โตอดิเทพย์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

นำเสนอ “การพนัน (บอล) ในชีวิตประจำวันของแรงงานภาคอุตสาหกรรม”

ระบบอุตสาหกรรมทำให้การทำงานและการดำเนินชีวิตของแรงงานถูกจำกัดควบคุมด้วยสายพานการผลิตและตารางเวลาอันเคร่งครัด วนเวียนอยู่กับระบบการเงินแบบปากกัดตีนถีบ หรืออาการชักหน้าไม่ถึงหลัง รัฐท้องถิ่นมองแรงงานกลุ่มนี้ว่าเป็นประชากรแฝง เป็นแรงงานต่างถิ่น สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชน การพนันในสายตาของแรงงานกลายเป็นกิจกรรมเพื่อการพักผ่อนหย่อนกายจากชีวิตที่ต้องทำงานหนักในแต่ละวัน ไร้ซึ่งเวลา พื้นที่สาธารณะ เพื่อการพักผ่อนร่างกาย การพนันจึงกลายเป็นหนทางที่แสวงหา “ความเป็นชุมชน” ที่ขาดหายไป และถูกนำมาปรับใช้เป็นช่องทางเล็กๆ ทางหนึ่งที่ช่วยสานความฝัน ความหวัง สู่การสร้างคุณภาพชีวิตทางเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มที่ซื้อลอตเตอรี่ หวยใต้ดิน มองการพนันคือการออมเงินแบบหนึ่ง กลุ่มที่เล่นพนันฟุตบอล มีทั้งระบบออฟไลน์และออนไลน์ มองว่าการพนันเป็นการหมุนเวียนทางการเงิน กลุ่มนี้จะมีเครือข่ายความสัมพันธ์ทางสังคมของนักพนัน มีการรวมกลุ่มเพื่อต่อรองกับโต๊ะบอล แรงงานบางคนมองการพนันเป็นการแสวงหารายได้เฉพาะหน้า เช่น ซื้อกับข้าว เติมน้ำมันรถ จ่ายค่าเช่าห้อง ตามคำนิยามที่ว่า “ได้แล้วเลิก” การพนัน คือพื้นที่ทางสังคมแขนงหนึ่งที่แรงงานใช้ปลดปล่อยตนเองออกจากการบีบบังคับของระบบอุตสาหกรรม

ผลสำรวจสถานการณ์การเล่นพนันของคนในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม ทั้งแรงงานและอาชีพอื่นรวม 200 คน พบว่า มากกว่าครึ่งตระหนักว่าการพนันอาจนำไปสู่การสร้างปัญหาทางการเงิน หนี้สิน และปัญหาสายสัมพันธ์ภายในครอบครัว แต่เกือบครึ่งคิดว่า สลากกินแบ่งรัฐบาล หวยใต้ดิน หวยหุ้น ไม่เป็นการพนัน และมองว่าการพนันเป็นรูปแบบกิจกรรมหนึ่งทางสังคม เป็นการพักผ่อนภายหลังจากการทำงานอย่างหนักในแต่ละวัน ความท้าทายจากการเล่นพนันทำให้ชีวิตมีสีสันไม่น่าเบื่อ และยังเป็นแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตประจำวัน 

พฤติกรรมการเล่นการพนันของกลุ่มตัวอย่าง มากกว่าครึ่งนิยมเล่นการพนันกับคนคุ้นเคย ภายในโรงงาน ที่ทำงาน และเล่นบริเวณย่านที่พักอาศัย ประเภทการเล่นพนันที่ชอบเล่นมากที่สุด 3 ลำดับแรกคือ หวยใต้ดิน สลากกินแบ่งรัฐบาล และพนันฟุตบอล โดยส่วนใหญ่ใช้เงินเล่นการพนันไม่เกิน 1,000 บาทต่อครั้ง หรือไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือน เมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่ผู้เล่นพนันระบุถึงปริมาณเงินที่ได้จากการเล่นพนันสูงสุดเฉลี่ย 11,528 บาทต่อครั้ง กับจำนวนเงินที่เคยเล่นเสียสูงสุดเฉลี่ย 5,788 บาทต่อคน หรือเงินที่ใช้เล่นการพนันสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือน ทำให้ผู้เล่นพนันมีข้อสรุปของการพนันคือการเล่นได้ ส่วนการเล่นเสียหรือเท่าทุนก็มีโอกาสในระดับที่ไม่แตกต่างกันมากนัก 

ข้อเสนอแนะ 1) การปฏิรูปกฎหมายการพนันทั้งระบบ 2) ปรับมุมมองต่อแรงงาน (ประชากรแผง) จากรัฐ ที่ไม่ใช้ผู้สร้างปัญหา 3) การปรับโครงสร้างรายได้ขั้นต้นที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิต 4) การเล่นพนันที่จะต้องสัมพันธ์กับเหตุผลทางการเงินในครอบครัว 5) จัดว่างการพนันให้อยู่ร่วมกับสังคมไทยอย่างเหมาะสม

 

 

^คลิกที่ภาพเพื่อรับชม

นายสมาน เหล่าดำรงชัย ศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นแห่งเอเชีย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นำเสนอ “การพนันของแรงงานข้ามชาติในจังหวัดสมุทรสาคร”

ข้อมูลจากการสัมภาษณ์และสนทนากลุ่มย่อยกับแรงงานข้ามชาติในจังหวัดสมุทรสาคร 55 คน อายุระหว่าง 19 – 45 ปี มีทั้งเข้ามาอย่างถูกต้อง และไม่ถูกต้องตามกฎหมาย รายได้ ค่าจ้างรายวัน 300 บาทสำหรับอุตสาหกรรม เกษตรกรรมต่ำกว่า 300 บาท กิจการต่อเนื่องจากประมง ได้ตามจำนวนงานที่ทำ ที่พักเป็นบ้านเช่า อาศัยอยู่รวมกันเป็นครอบครัว ภาคเกษตรนายจ้างจัดหาที่อยู่ให้พร้อมทั้งอาหาร และของใช้ ในจำนวน 55 คน พบว่า 45 คน เคยเล่นการพนัน ประเภทการพนันที่ชอบเล่นได้แก่ หวยใต้ดิน สลากกินแบ่งรัฐบาล พนันทายผลฟุตบอล ทั้งฟุตบอลไทยและต่างประเทศ มีทั้งแทงผลบอลผ่านโพยและออนไลน์ ถัดมาคือ ไพ่และไฮโล เหตุผลที่เล่นการพนันมีตั้งแต่ต้องการเงินรางวัล เล่นเพื่อความสนุกสนาน มีเวลาว่างไม่รู้จะทำอะไรดี มีคนชักชวนให้เล่น เช่นเพื่อนและญาติพี่น้อง เห็นคนอื่นถูกรางวัลเลยอยากเสี่ยงดวงเผื่อจะถูกบ้าง ส่วนที่น่าจะเป็นปัญหาคือ แรงงานข้ามชาติกลุ่มหนึ่งระบุเหตุผลที่เล่นพนันว่า ถ้าไม่ได้เล่นพนันแล้วเหมือนขาดบางสิ่งไป และบุตรหลานของแรงงานข้ามชาติเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นมักจะเริ่มเล่นการพนันตามผู้ใหญ่ในครอบครัว สำหรับเงินที่เด็กและเยาวชนเหล่านี้นำมาเล่นการพนัน ส่วนใหญ่ได้จากการทำงาน หรือพ่อแม่ให้ หรือยืมเงินจากญาติพี่น้อง สำหรับคนที่ไม่เล่นพนัน เพราะเสียดายเงิน กลัวไม่ถูกรางวัล โอกาสถูกรางวัลน้อย กลัวถูกหลอก เล่นไม่เป็น กลัวถูกตำรวจจับ กลัวเล่นแล้วติด กลัวเล่นแล้วเป็นหนี้ ไม่มีเงินพอที่จะเล่น 

ด้านผลกระทบ มีตั้งแต่ปัญหาด้านเศรษฐกิจ คือ แรงงานข้ามชาติที่ติดการพนันมักมีเงินไม่พอใช้ เพราะเอาเงินรายได้ไปเล่นพนันหมด บางรายต้องขอยืมเงินจากเพื่อน หรือกู้เงินนอกระบบจากคนไทยที่ปล่อยเงินกู้ในชุมชน โดยนายทุนเงินกู้จะยึดเอกสารแสดงสถานะทางกฎหมายเป็นเครื่องค้ำประกัน ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านกฎหมายตามมาคือ บางคนหาเงินชำระหนี้โดยการก่ออาชญากรรม บางคนหลบหนีนายทุนเงินกู้ โดยย้ายไปอาศัยในพื้นที่อื่น ทำให้กลายเป็นแรงงานที่ไม่มีสถานะบุคคล เพราะเอกสารอยู่ที่นายทุนเงินกู้ และบางคนถูกจับเพราะหารายได้ด้วยการเป็นคนเดินโพยหวยใต้ดิน ส่วนปัญหาด้านอื่นๆ เช่น เจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนเรียกรับเงินจากเจ้ามือหวยใต้ดิน เจ้าของบ่อนการพนัน หรือคนปล่อยเงินกู้นอกระบบ แรงงานข้ามชาติบางคนมีพฤติกรรมเสี่ยงร่วมระหว่างการเล่นพนันของแรงงานข้ามชาติ เช่น ดื่มสุรา เสพยาเสพติด และบางคนเวลาเสียพนันจะใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัว

ข้อเสนอแนะสำคัญคือ 1) ควรจัดทำคู่มือสำหรับแรงงานข้ามชาติและครอบครัว โดยมีเนื้อหาเรื่องโทษของการพนันความผิดและบทลงโทษตามกฎหมายไทย ทั้งภาษาไทยและภาษาของแรงงานข้ามชาติเพื่อเผยแพร่ให้กับคนไทย และแรงงานข้ามชาติในชุมชนด้วย 2) ควรให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกับองค์กร NGO ในพื้นที่ เข้าไปให้ความรู้ในสถานประกอบการหรือที่พักของแรงงานข้ามชาติ พร้อมกับควรแจกจ่ายเอกสารประชาสัมพันธ์ 3) เจ้าหน้าที่ของรัฐ นายจ้าง NGO ควรสนับสนุนให้มีการสร้างเครือข่ายระดับชุมชนของแรงงานข้ามชาติและครอบครัว เพื่อสำรวจและจัดทำแผนป้องกันและเฝ้าระวังการเล่นพนันในชุมชนแรงงานข้ามชาติ 4) ขอความร่วมมือหัวหน้าชุมชนในเรื่องการเฝ้าระวังและแจ้งเหตุ กรณีเกิดการมั่วสุมเล่นการพนันเกิดการทะเลาวิวาทอันเป็นผลมาจากการเล่นพนัน เมาสุรา และเสพสารเสพติด รวมถึงการก่ออาชญากรรมอื่น ๆ 5) ควรจัดอบรมความรู้ด้านภาษาของแรงงานข้ามชาติให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ เพื่อให้สามารถสื่อสารกับแรงงานข้ามชาติได้โดยตรง โดยไม่ต้องอาศัยล่าม 6) ควรปรับปรุง พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2505 ให้มีเนื้อหาที่ทันสมัย ลดช่องโหว่ของกฎหมายและเพิ่มบทลงโทษให้หนักขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของค่าปรับและระยะเวลาการจำคุก กรณีผู้ที่เป็นเจ้ามือหรือเจ้าของบ่อนการพนัน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพนัน

 

 

^คลิกที่ภาพเพื่อรับชม

ผศ.ดร.สุภาวดี ขุนทองจันทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา

นำเสนอ “สถานการณ์การพนันในกลุ่มผู้สูงอายุ และผลกระทบ”

การศึกษาสถานการณ์การพนันของผู้สูงอายุ โดยการสัมภาษณ์ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป อาศัยอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 400 ราย พบว่า ผู้สูงอายุมากถึงร้อยละ 85 เล่นการพนัน ประเภทการพนันที่นิยมเล่นมากที่สุดคือ ไพ่ เนื่องจากมีกลุ่มเพื่อนในวงไพ่และเล่นได้แทบทุกวันเพราะมีเวลาว่างมาก ทำให้ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมามีผู้สูงอายุเล่นพนันไพ่ถึง 118 ครั้ง จำนวนเงินสูงสุดที่เล่นอยู่ที่ 1,200 บาท  รองลงมาเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล 20 ครั้ง จำนวนเงินสูงสุดที่เล่น 500 บาท  และหวยใต้ดินไทย 18 ครั้ง จำนวนเงินสูงสุดที่เล่น 1,500 บาท  และยังมีการเล่นพนันประเภทอื่นๆ ได้แก่ ไฮโล ไก่ชน หวย ธกส. บั้งไฟ มวยตู้ หวยหุ้น และโบก 

สถานที่เล่นพนันของผู้สูงอายุส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนหรือเขตที่พักอาศัย มีเพียงส่วนน้อยที่เดินทางไปเล่นพนันนอกพื้นที่ ห่างไกลจากชุมชน เช่นกลุ่มที่เล่นพนันไก่ชน ส่วนการเดินทางไปเล่นพนันยังประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางไปในลักษณะของการท่องเที่ยว พบได้ในผู้สูงอายุที่เกษียณอายุจากการทำงานประจำและมีเงินเกษียณอายุหมุนเวียนในการเล่นพนัน

มูลเหตุจูงใจในการเล่นพนันของผู้สูงอายุคิดว่ามีดวงและมีโอกาสชนะ ที่มีสุขภาพแข็งแรงยังคงต้องการความเป็นอิสระ มีศักดิ์ศรี มีความต้องการและความหวังไม่แตกต่างจากคนวัยอื่น แต่เนื่องจากมีเวลาว่างมาก รู้สึกเหงา โดดเดี่ยว ส่วนใหญ่จึงเริ่มต้นเล่นการพนันพนันเล็กๆ น้อยๆ เป็นกิจกรรมยามว่าง เล่นเพื่อความสนุกสนาน ต่อมาจะเพิ่มระดับเป็นการเสี่ยงโชค ตามมาด้วยความต้องการที่มีรายได้จากการพนัน ทำให้จำนวนเงินที่ใช้เล่นพนันและความถี่ในการเล่นพนันมีระดับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนบางคนกลายเป็นคนติดพนัน ดังที่มีกลุ่มผู้สูงอายุที่เล่นพนันประเมินตนเองว่าติดพนันถึงร้อยละ 12.1 ด้วยเหตุผลที่ว่า หากไม่ได้เล่นพนันจะรู้สึกกระสับกระส่ายเหมือนติดบุหรี่และเหล้า ส่วนผลกระทบด้านสุขภาพจากการเล่นพนันของผู้สูงอายุมีตั้งแต่ เกิดภาวะความเครียด จากนั้นจะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกหงุดหงิดง่าย ร่างกายอ่อนแอ และนำไปสู่อาการซึมเศร้าในที่สุด

เมื่อสอบถามถึงการหยุดเล่นพนันในอนาคต ส่วนใหญ่ตอบว่าจะหยุดเล่นพนันเนื่องจากหมดแรงไปตามอายุขัย กลุ่มถัดมาคือ บุตรหลานรู้สึกเป็นทุกข์กับพฤติกรรมการพนันของผู้สูงอายุ และกลุ่มสุดท้ายระบุว่า หยุดเล่นไม่ได้ หากไม่ได้เล่นจะรู้สึกกระวนกระวายใจ หงุดหงิดเหมือนติดบุหรี่ ต้องการให้เลิกก็เลิกยาก หรือเลิกไม่ได้เลย 

ข้อเสนอแนะสำคัญคือ : หน่วยงานรัฐหรือผู้ที่เกี่ยวข้องควรจัดประกวดการออกแบบกีฬาในลักษณะเป็นทีมให้มีลักษณะตื่นเต้น ท้าทายเหมาะสมกับผู้สูงอายุ โดยกีฬานั้นใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงต่อการเล่นในแต่ละครั้งเพื่อทดแทนกิจกรรมการใช้เวลาว่างในการเล่นพนันของผู้สูงอายุ รวมทั้งการสร้างทีมวิทยากรที่ผู้สูงอายุมีความเชี่ยวชาญจากวิชาชีพเดิมก่อนเกษียณอายุทำงาน ให้ทำประโยชน์ในลักษณะจิตอาสาแก่ชุมชนหรือสังคม

 

^คลิกที่ภาพเพื่อรับชม

นายจะเด็ด เชาว์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล

ให้ข้อคิดเห็น “แนวทางการขับเคลื่อนสังคมเพื่อลดปัญหาการพนัน”

ปัญหาการพนันกับกลุ่มแรงงานเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งขาดความเป็นธรรมทางสังคม เช่น ค่าแรงต่ำ ขาดการรวมกลุ่มเพื่อสร้างพลัง ปัญหาความยากจน การวิเคราะห์จึงจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์ในมุมอื่น ๆ เพื่อการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด เพราะการแก้ไขปัญหาในเชิงกฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการพนันได้ โดยเฉพาะการทำงานกับกลุ่มแรงงาน ควรเน้นให้ความรู้ และการส่งเสริมการรวมกลุ่ม เพื่อให้เกิดการเชื่อมั่นในตัวเอง เกิดความเข้มแข็งจากการรวมกลุ่ม ทำเห็นเห็นพลังในตัวเอง เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ จะแก้ไขปัญหาเชิงเดี่ยวไม่ได้ต้องแก้ไขปัญหาด้านอื่น ๆ ด้วย การแก้ไขปัญหาพฤติกรรมส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการพนันได้ ต้องแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง การสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ การมองปัญหาพนันควรหามุมมองใหม่ในการแก้ไขปัญหา ให้มองคนที่ได้รับผลกระทบจากการพนันว่าเป็นคนที่ต้องการเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพ ไม่ควรมองเขาว่าเป็นตัวปัญหา ให้มองว่าเขาเป็นคนที่ได้รับผลกระทบมากกว่า และนโยบายการพนันควรเติบโตไปพร้อมกับคนที่เล่นการพนัน จำเป็นที่ต้องเข้าหาคนที่เล่นการพนันให้มากกว่านี้ ฟังเสียงคนที่เล่นการพนันว่าเขาต้องการอะไร