การพนันในเด็กอังกฤษกับมาตรการจำกัดอายุ

โดย วรุณี แช่มช้า

การพนันในเด็กอังกฤษกับมาตรการจำกัดอายุ

อังกฤษ ประเทศที่ได้ชื่อว่าจัดการการพนันให้อยู่ในที่ในทางได้ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันเด็กๆ จากการพนันได้อย่างสมบูรณ์ โดยในปี 2016 มีเด็กอายุ 11 – 15 ปี เล่นการพนันถึงร้อยละ 16 หรือประมาณ 450,000 คน

‘การพนัน’ กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงในกลุ่มเด็กที่สร้างความกังวลใจต่อหน่วยงานกำกับดูแลกิจการการพนันของอังกฤษ ชื่อ Gambling Commission ตามรายงานผลการสำรวจสถานการณ์การพนันในกลุ่มเด็ก ประจำปี 2016 (Youth People and Gambling 2016) ที่ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างเด็กอายุ 11 – 15 ปี จากโรงเรียนมัธยมของรัฐ 103 แห่ง ในอังกฤษและเวลส์ จำนวน 2,411 คน โดยในบทความนี้ขอเรียกรวมๆ ว่า ‘เด็กอังกฤษ’

ผลการสำรวจพบว่า เด็กอังกฤษมีประสบการณ์เล่นการพนันในช่วงสัปดาห์ที่มีการสำรวจร้อยละ 16 มากกว่าเด็กดื่มแอลกอฮอล์ (ร้อยละ 8) เด็กเสพยาเสพติด (ร้อยละ 6) และเด็กสูบบุหรี่ (ร้อยละ 5) และที่น่าเป็นกังวลยิ่งกว่าคือ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จำนวนเด็กสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และเสพยาเสพติด มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ขณะที่จำนวนเด็กเล่นการพนันมีแนวโน้มคงตัว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

{#tg17-img11.jpg}

 

การพนันที่เด็กอังกฤษนิยมเล่นมากที่สุดมี 2 ประเภท ได้แก่ สล๊อตแมชชีนรูปผลไม้ (Fruit Machines) ตามร้านเกมตู้ ตามผับหรือคลับ และการเล่นพนันกันเองในกลุ่มเพื่อน อยู่ที่ร้อยละ 5 เท่ากัน รองลงมาคือ การเล่นไพ่เอาเงินกันในหมู่เพื่อน (ร้อยละ 4) ลอตเตอรี่แบบขูด (ร้อยละ 4) ลอตโต้ (ร้อยละ 3) และเล่นบิงโกในคลับบิงโก (ร้อยละ 2) ทั้งนี้เด็กผู้ชายที่เล่นการพนันมีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 21 และเด็กผู้หญิงเล่นการพนันมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 11

 

อะไรทำให้เด็กอังกฤษเล่นการพนัน?

เมื่อสอบถามถึงการรับรู้ของเด็กอังกฤษที่มีต่อการพนัน พบว่า เด็กค่อนข้างมีทัศนคติที่ถูกต้อง โดยเด็กเกินครึ่ง คือร้อยละ 58 เห็นว่า “การพนันเป็นสิ่งที่มีอันตราย” มีเพียงส่วนน้อยที่มีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการพนัน ยกตัวอย่างเช่น

ร้อยละ 9 เชื่อว่า สามารถเล่นพนันได้อย่างปลอดภัย หากฝึกฝนให้ดีเสียก่อน

ร้อยละ 7 เชื่อว่า การพนันเป็นช่องทางที่ใช้หาเงินได้ง่าย

ร้อยละ 6 เชื่อว่า ยิ่งพนันมากขึ้น ก็ยิ่งมีโอกาสชนะพนัน

ร้อยละ 4 เชื่อว่า เด็กอายุเท่าๆ กับเรา เขาก็เล่นการพนันกันทั้งนั้น

 

แล้วอะไรคือแรงจูงใจให้เด็กจำนวนไม่น้อยเล่นการพนัน?

ผลการสำรวจพบว่า ‘ความต้องการเงิน’ เป็นแรงจูงใจอับดับแรกที่เด็กอังกฤษคาดหวังจากการพนัน (ร้อยละ 24) ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะผลรางวัลเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการพนัน และแรงจูงใจอันดับต้นๆ ที่มีไม่แพ้กันคือ พวกเขาต้องการความสนุก (ร้อยละ 23) และความตื่นเต้นเร้าใจ (ร้อยละ 21) รวมถึงความอยากรู้อยากเห็นว่าการพนันจะเป็นอย่างไร (ร้อยละ 15)

โดยสรุป การเล่นพนันเพื่อความสนุก ตื่นเต้น หรือเพื่อฆ่าเวลา รวมๆ กัน เป็นเหตุผลที่เด็กอังกฤษเล่นพนันมากที่สุด คือร้อยละ 44 นอกจากนี้ อิทธิพลจากสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวเด็ก เช่น คนรอบข้าง เพื่อน คนในครอบครัว และการโฆษณาจากผู้ให้บริการการพนันผ่านช่องทางต่างๆ ก็เป็นแรงจูงใจที่ค่อนข้างสำคัญ รวมๆ กัน มีสัดส่วนถึงร้อยละ 27

 

{#tg17-img12.jpg}

 

อิทธิพลของการโฆษณาและโซเชียลมีเดีย

ผู้ใหญ่สมัยนี้ตามเด็กไม่ค่อยทัน สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจาก เด็กๆ ถูกปล่อยให้อยู่กับทีวีและใช้ชีวิตในโลกออนไลน์มากขึ้น ผู้ปกครองจึงไม่สามารถเข้าไปดูแลหรือทำความเข้าใจถึงสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่จะส่งผลต่อพฤติกรรมของบุตรหลานได้อย่างทั่วถึง

เป็นที่ทราบกันดีว่า การพนันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายในอังกฤษ การโฆษณาเชิญชวนให้เล่นการพนันจึงเป็นที่แพร่หลายตามสื่อหรือช่องทางต่างๆ ผลการสำรวจพบว่า เด็กอังกฤษร้อยละ 75 พบเห็นโฆษณาชวนเล่นพนันผ่านโทรทัศน์อยู่บ่อยๆ โดยร้อยละ 40 เห็นมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ ช่องทางโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์สามารถเข้าถึงเด็กอังกฤษได้มากกว่าป้ายบิลบอร์ดหรือสื่อหนังสือพิมพ์ กล่าวคือ เด็กอังกฤษถึงร้อยละ 63 ตอบว่า ตนพบเห็นโฆษณาการพนันผ่านโซเชียลมีเดีย โดยร้อยละ 24 เห็นมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ และร้อยละ 57 ตอบว่า พบเห็นผ่านเว็บไซต์อื่นๆ ที่ตนเข้าไปเยี่ยมชม

ยิ่งไปกว่านั้น เด็กอังกฤษเกือบ 1 ใน 10 ยอมรับว่า กดติดตามข่าวสาร (follow) จากบริษัทผู้ให้บริการการพนันตามเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่นิยมมากที่สุดคือ เฟซบุ๊ก อยู่ที่ร้อยละ 5 รองลงมาอยู่ที่ร้อยละ 4 เท่ากันคือ อินสตาแกรม และ ยูทิวป์ ส่วนทวิตเตอร์ กูเกิลพลัส และสังคมออนไลน์อื่นๆ มีสัดส่วนเท่าๆ กันที่ร้อยละ 2

จะเห็นได้ว่า ธุรกิจการพนันในอังกฤษสามารถเข้าถึงการรับรู้ของเด็กๆ ไม่ยาก ผ่านช่องทางต่างๆ แต่คำถามที่น่าสนใจก็คือ การโฆษณาเชิญชวนเหล่านี้ส่งผลกระตุ้นให้เด็กอังกฤษเล่นการพนันมากขึ้นหรือไม่? แม้การสำรวจของ Gambling Commission ชิ้นนี้จะไม่สามารถตอบฟันธงลงไปได้ แต่ก็มีข้อมูลที่น่าสนใจปรากฏอยู่

เมื่อถามเด็กๆ ไปตรงๆ ว่า หลังจากที่พวกเขาพบเห็นโฆษณาหรือโพสต์ต่างๆ จากบริษัทการพนัน พวกเขารู้สึกหรือทำอะไรต่อไป เด็กส่วนใหญ่ตอบว่า ไม่มีผลต่อพฤติกรรมการเล่นพนันของตนเอง มีจำนวนน้อยมากๆ ประมาณร้อยละ 1 ที่ยอมรับว่าโฆษณาเหล่านี้ทำให้ตนอยากเริ่มต้นลองเล่นการพนันหรืออยากพนันในวงเงินที่มากขึ้น อย่างไรก็ดี ในช่วงสัปดาห์ที่มีการสำรวจพบว่า เด็กที่ได้ใช้เงินตัวเองเล่นการพนัน เป็นเด็กที่กดติดตามข่าวสารจากบริษัทพนัน มีจำนวนมากกว่าเด็กที่ไม่ได้กดติดตามฯ ถึง 2 เท่า

 

{#tg17-img13.jpg}

 

เกมเสมือนพนัน ... โลกออนไลน์กำลังกลายเป็นสนามฝึกพนัน

อย่าลืมว่า ความสนุก ตื่นเต้นเร้าใจ และการเล่นเพลินๆ เพื่อฆ่าเวลา เป็นแรงจูงใจอันดับแรกที่เด็กๆ คาดหวังจากการเล่นพนัน และในโลกของเด็กๆ เส้นแบ่งระหว่าง ‘เกม’ และ ‘การพนัน’ กำลังพร่าเลือนเข้าไปทุกที

โลกออนไลน์ในปัจจุบันกำลังมีสิ่งที่เรียกว่า ‘เกมเสมือนพนัน’ (Gambling-style games) เกมเหล่านี้ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นเกมออนไลน์ทั่วไป แต่แท้จริงแล้วเป็นการนำเอาการพนันชนิดต่างๆ เช่น โป๊กเกอร์ บิงโก รูเลต สล๊อตแมชชีน เป็นต้น มาทำเป็นเกมให้เล่น เกมเหล่านี้แตกต่างจากการพนันจริงๆ ตรงที่ ไม่มีรางวัลที่เป็นตัวเงินจริงๆ และอีกข้อที่น่ากังวลก็คือ ใครๆ ก็สามารถเข้าไปเล่นได้ ไม่จำกัดอายุ

ในปี 2016 เด็กอังกฤษในช่วงอายุ 11 – 15 ปี เคยเล่นเกมเสมือนพนันถึงร้อยละ 9 ในจำนวนนี้ เกือบครึ่งเพิ่งเล่นครั้งแรกในช่วงสัปดาห์ที่ทำการสำรวจ โดยช่องทางหลักที่ใช้เล่นเกมเสมือนพนันคือ แอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต มีถึงร้อยละ 73 รองลงมาคือ เล่นผ่านเฟซบุ๊กหรือเครือข่ายสังคมออนไลน์อื่นๆ (ร้อยละ 25) เล่นผ่านเว็บไซต์ (ร้อยละ 18) หรือแม้แต่ไปดาวน์โหลดตัวอย่างเกมพนันจากเว็บไซต์การพนันมาเล่น (ร้อยละ 12)

อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เกมเสมือนพนันเป็นประตูบานแรกไปสู่การพนันหรือไม่ เนื่องจากสัดส่วนเด็กที่เล่นเกมเสมือนพนันอยู่ก่อนจะมาเล่นพนัน กับเด็กที่เริ่มเล่นพนันจริงๆ อยู่ก่อนมาเล่นเกมเสมือนพนัน มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน และเด็กกลุ่มหนึ่งก็เริ่มเล่นทั้ง 2 สิ่งไปพร้อมๆ กัน แต่จากปรากฏการณ์นี้ ก็น่าจะทำให้เห็นได้ว่า โลกออนไลน์สามารถเป็นพื้นที่ที่เด็กๆ ใช้ในการหัดเล่นการพนันได้

 

นักพนันรุ่นเด็กที่มีปัญหา ...ไม่ใช่ปัญหาเด็กๆ

ในบรรดาเด็กอังกฤษเกือบครึ่งล้านที่เล่นการพนันใน ปี 2016 มีเด็กที่เข้าข่ายมีปัญหาจากการพนันอยู่เพียงร้อยละ 0.4 และเด็กที่เข้าข่ายเสี่ยงที่จะมีปัญหาอยู่ร้อยละ 1.6 ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่ไม่สูง แต่เมื่อพิจารณาว่า อังกฤษเป็นประเทศที่มีกลไกการจำกัดอายุผู้เล่นการพนันอย่างจริงจัง ตัวเลขเล็กน้อยเช่นนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ

เมื่อเห็นพฤติกรรมการเล่นพนันของเด็กๆ ผู้ใหญ่มักจะมองเป็นเรื่องเล็กๆ ไม่ใช่ปัญหาสำคัญเมื่อเทียบกับปัญหายาเสพติด เพศสัมพันธ์ หรืออื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเด็กกลายเป็นนักพนันที่ประสบปัญหา ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงว่าเด็กๆ จะไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา เพราะอาจถูกมองข้ามโดยคนในครอบครัว

มีการศึกษายืนยันว่า ปัจจัยเสี่ยงทางสังคมที่สำคัญที่อาจทำให้เด็กหรือเยาวชนโตขึ้นไปกลายเป็นนักพนันที่ประสบปัญหาในอนาคต คือ การที่พ่อแม่ผู้ปกครองปล่อยให้เด็กๆ เข้าสู่การพนันตั้งแต่อายุยังน้อย และกลไกปกป้องเด็กภายในครอบครัวไม่ทำงาน เช่น พ่อแม่เองเป็นผู้ที่เล่นการพนันอย่างหนัก หรือปล่อยให้ลูกคบเพื่อนที่เป็นนักพนันที่เป็นปัญหา เป็นต้น เหล่านี้เป็นเหตุผลว่า ทำไมมาตรการและกลไกการจำกัดอายุผู้เล่นการพนันที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันไม่ให้มีนักพนันที่เป็นปัญหาเพิ่มจำนวนขึ้นในสังคม

 

มาตรการจำกัดอายุของอังกฤษ ... จริงจัง แต่อาจยังไม่เพียงพอ

กฎหมายการพนันของอังกฤษให้ความสำคัญมากต่อการสร้างกลไกการจำกัดอายุผู้เล่นการพนัน โดยระบุชัดเจนให้ผู้ที่ขอรับใบอนุญาตให้บริการการพนัน มีหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้ผู้มีอายุตํ่ากว่ากำหนดเข้าไปเล่นพนัน

เอกสารที่ระบุเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาต (Lic