สัมภาษ์พิเศษ Superwoman คณางค์ กงเพชร

โดย CGS

สัมภาษ์พิเศษ Superwoman คณางค์ กงเพชร

 

เส้นทางการเรียนรู้ได้นำพา คณางค์ กงเพชร หรือ พี่ตุ่ม ที่เริ่มชีวิตจิตอาสาด้วยงานด้านการทำบัญชีการเงิน พัฒนาจนเป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ ผู้นำงานพัฒนา ล่าสุดดำรงตำแหน่งเป็น ประธานศูนย์เรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดกาฬสินธุ์

การทำงานต้องจริงจังและมีความสุข ทำงานให้ดีที่สุด มีศรัทธาต่อเครือข่าย เชื่อมั่นในความรู้ จริงใจต่อชุมชน และต้องไม่ทำงานคนเดียว ต้องหาเพื่อน ชวนเพื่อนมาร่วมทางให้มากขึ้น คือเคล็ด(ไม่)ลับการทำงานที่ทำให้พี่ตุ่มมั่นใจว่า การทำงานรณรงค์หยุดพนันเป็นเรื่อง “ทำได้ค่ะ”

 

ทำไมเครือข่ายครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดกาฬสินธุ์จึงสนใจงานรณรงค์หยุดพนัน

เริ่มมาจากเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลาก ตอนปี 2557 ตอนนั้นยังไม่ได้พูดเรื่องพนันตอนที่เครือข่ายรณรงค์หยุดพนันประสานมา เราก็ยังนึกไม่ออกว่าจะเคลื่อนอะไร คือการพนันที่คนในพื้นที่เล่นกันอยู่ ส่วนมากที่เห็นเป็นเรื่องการซื้อหวย ซื้อกันเยอะ และก็ยังไม่เคยเห็นข้อมูลว่าการเล่นหวยนำไปสู่ปัญหาอะไร แต่เพราะเรามีความสัมพันธ์กันมาก่อน พี่ป๊อบ (ธนากร คมกฤส เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน) ร่วมขับเคลื่อนกับเรามาตั้งแต่ปี 2548 แล้ว เราจึงเชื่อว่าสิ่งที่ทำมันเป็นประโยชน์

ตอนนั้นลอตเตอรี่ราคาคู่ละ 120 บาท ชวนเรามาขับเคลื่อนสลาก 80 บาท ล่ารายชื่อเสนอกฎหมาย เปลี่ยนสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นสลากเพื่อสังคม ตอนแรกก็รู้สึกว่าทำได้ยาก คือคนเห็นปัญหา เจอปัญหา แต่บางครั้งก็คิดไม่ออกว่าจะทำอะไร แต่พอได้ประชุมได้ทำความเข้าใจ กลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องยาก เรามีความมั่นใจมาก อาจเป็นเพราะว่าเรามีทุนเดิม คือ

หนึ่ง เรามีความศรัทธาในเครือข่ายที่มาชวนทำงานอยู่แล้ว เราทำหน้าที่ขับเคลื่อนในพื้นที่ การสร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องชาวบ้าน อีกส่วนงานหนึ่งขับเคลื่อนระดับนโยบาย เราเชื่อมั่นซึ่งกันและกันว่าจะแบ่งเบาหรือช่วยเหลือกันตามภารกิจที่ตนเองได้รับ

สอง เรามีองค์ความรู้ที่เป็นหลักประกันได้ว่าเวลาพูดอะไรออกไปแล้วคนโต้แย้งไม่ได้ เราสามารถให้คำตอบต่อปัญหาที่พี่น้องคาใจได้ เลยมั่นใจว่าสามารถที่จะไปสื่อสารแล้วพี่น้องจะเห็นดีเห็นงามกับเรา

เวลาทำงานกับชุมชน คนที่เป็นแกนประสานต้องมีความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่นจะบอกว่าเราสามารถทำได้ การมีความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อกันมันจะส่งผลให้ทำงานได้ค่ะ

 

แล้วงานรณรงค์หยุดพนันเริ่มตอนไหน

ตอนนี้เรามีความภูมิใจมากเวลาไปนำเสนอเรื่องสลาก 80 บาท หรือการเกิดขึ้นของกองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อพัฒนาสังคม ไม่ถึง 2 ปีด้วยซํ้าไปที่เราขับเคลื่อนกันมา พี่น้องชาวบ้านเคยได้ยินเราบอกว่า ต่อไป 80 บาทนะ จะมีกองทุนสลากเพื่อสังคม มันทำให้พี่น้องมีความเชื่อมั่น

เมื่อได้ผลเรื่องสลากแล้ว เราก็ขยับต่อ ขยับกลุ่มเป้าหมาย เช่นจัดกิจกรรมรณรงค์ช่วงฟุตบอลโลก 2014 “เชียร์มันส์ไม่พนันบอล” ทำโครงการพัฒนาเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน “ร้อย-แก่น-สารสินธุ์ ด้วยละคร Road Show” จัดแข่งยอวาที “ยอหญิง หยุดพนัน” ได้เครือข่ายโรงเรียนในจังหวัดเข้าร่วมแข่งขัน 6 โรงเรียน ได้ตัวแทนจังหวัดไปแข่งขันระดับภาค ได้นักยอวาทีและเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน เพื่อจะใช้ต่อยอดการทำงานปี 2559

 

เครือข่ายมีกระบวนการทำงานเป็นอย่างไร

ในการขับเคลื่อนเรื่องพนัน เราต้องอาศัยข้อมูลและความรู้จากกลุ่มที่เป็นแนวคิดหรือนโยบาย หลังจากนั้นเราจะมาประชุมร่วมกันในจังหวัดเพื่อออกแบบกิจกรรมกันเอง ออกแบบตามความถนัดของพวกเรา พูดง่ายๆ คือ เราจะต้องมีประเด็นก่อน แล้วจากนั้นต้องให้ทุกคนมาร่วมพูดคุยกัน พวกเรามีหน้าที่เอาทุน(ทางสังคม)ที่มีออกมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นทุนทางกิจกรรม ทุนทางความรู้ มันคือ “กระบวนการ” บังเอิญว่าพวกเราถนัดในเรื่องกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม ซึ่งมันจะทำได้ทุกเรื่อง ใช้ได้กับทุกกลุ่ม

อย่างสิ่งที่กำลังจะทำตอนนี้ โครงการรณรงค์ครอบครัวรู้เท่าทันพนัน เราจะเริ่มต้นโดยการชวนแกนนำมาพูดคุย คล้ายๆ กับเวทีประชาคมนั่นแหละ เบื้องต้นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า คำว่า “พนัน” คืออะไร ด้วยความรู้และสื่อที่มี เราจะนำมาเปิดให้เวทีนี้ได้เข้าใจ ได้เห็นภาพก่อน หลังจากนั้นเราต้องหาข้อมูล หาจากแกนนำหรือคนในพื้นที่ที่เราชวนมาพูดคุย ชวนมาทำงาน แล้วค่อยพูดถึงสิ่งที่ต้องการ พวกเราสรุปร่วมกันว่าจะไปค้นหา “แม่ที่หยุดพนัน” แม่ที่เคยจัดการกับปัญหาของตัวเองเรื่องการพนันมีใครบ้าง สุดท้ายพวกเราก็จะได้เจอแม่ที่หยุดพนันหรือเป้าหมายที่เราต้องการ เป็นแม่ต้นแบบเพื่อจะใช้ต่อยอดการทำงาน

 

{#TG13-32.jpg}

 

คิดว่าอยากทำอะไรเป็นพิเศษสำหรับประเด็นการพนันไหม

มีค่ะ อยากทำเรื่องการงดพนันในงานศพ เพราะในชุมชนมีแม่ไปเล่นไฮโลแล้วเอาลูกไปนั่งตัก เมื่อก่อนเราก็ไม่ได้คิดว่าเป็นประเด็น จนได้เข้ามาเรียนรู้กับกิจกรรมของเครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน จึงเห็นภาพว่า เฮ้ย..แล้วต่อไปเด็กกลุ่มนี้จะอยู่ยังไง เด็กจะมีพัฒนาการยังไง

มันเป็นเรื่องที่คาใจด้วยค่ะ คือเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว นายอำเภอยางตลาดมาลงพื้นที่แล้วบอกว่า “งานศพในอำเภอนี้ก็ปลอดเหล้าแล้ว แต่ทำไมพนันยังมีอยู่” ท่านจึงลงมาทำงานเรื่องนี้ ท่านบอกว่าถ้าบ้านไหนหมู่บ้านไหนยังมีการเล่นพนันอยู่ ผู้ใหญ่บ้านต้องเข้ามาพบท่าน ก็เลยทำให้เรื่องพนันเบาบางลงไป แต่พอท่านย้ายไป มันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมเราเลยมองว่าเรื่องนี้ถ้าต้องต่อสู้คนเดียวมันจะไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เราไม่สามารถไปคานไปงัดกับใครได้เท่าที่ควร เราต้องชวนหลายๆ ส่วน หลายๆ องค์กรภาคีเครือข่ายมาทำงานร่วมกัน มันน่าจะทำได้

 

เคลื่อนประเด็นงานศพปลอดเหล้าปลอดพนัน

เหล้ากับพนันมันมีควบคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร จนเกิดความคุ้นชิน ทำให้ไม่รู้สึกว่ามันเป็นปัญหา ไม่จำเป็นต้องลุกมาแก้ปัญหา แนวคิดของเจ้าภาพที่ให้มีการพนันในงานเพราะคิดว่าเป็นเพื่อนศพ แต่ปัจจุบันมันมีพัฒนาการ คือมีกลุ่มเฉพาะที่ตั้งใจมาทำธุรกิจพนันไฮโลในงานศพ อ้างว่ามาช่วยเจ้าภาพ

เครือข่ายเคยทำเรื่องงานศพปลอดเหล้า ตอนนั้นพวกเราคิดกระบวนการและแนวทางตามที่ได้เรียนรู้มา เกิดเครื่องมือคือบัญชีครัวเรือนและเวทีประชาคม ทำให้เรารู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ปัญหาที่เราต้องไม่เมินเฉย พวกเราได้รณรงค์เรื่องงานศพปลอดเหล้าจนนำไปสู่การเป็นวาระจังหวัดในปี 2556 แล้วขยายไปสู่งานบุญปลอดเหล้า เช่นงานบวช งานกฐิน พอเราอยากขยับเรื่องพนัน คือไม่ให้มีวงไฮโลในงานศพ จึงตั้งคำถามกันว่าเราจะรณรงค์ยังไง

ส่วนเรื่องที่จะลดการพนัน ก็เคยคิดมาก่อนและได้เริ่มบางงานแล้ว เช่นตอนปี 2552 แม่เสีย เราเป็นเจ้าภาพ สามารถบอกได้ว่า ไม่ให้มีวงไฮโลในบ้านของเรา “อย่ามาเล่นบ้านฉันนะ ฉันไม่ให้เล่น” ชาวบ้านก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร เราได้ข้อสรุปว่า ความสำคัญที่ทำให้เกิดการเล่นหรือไม่เล่นพนันมันขึ้นอยู่กับเจ้าภาพ ถ้าเจ้าภาพไม่อนุญาตซะก็จบ คนมางานไม่รู้สึกอะไรอยู่แล้ว มันไม่ใช่สถานการณ์ที่ชาวบ้านต้องไปต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งการพนันในงานศพเพราะฉะนั้น ถ้าแต่ละองค์กรมาคุยกันจริงๆ มาเริ่มต้นวางแผนและคิดกระบวนการร่วมกันมันก็มีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้

 

{#TG13-31.jpg}

 

แปลว่าต้องหาแนวร่วม

ใช่ค่ะ เราต้องมองหาเพื่อน ชวนเพื่อน อย่าทำงานนี้ฝ่ายเดียว ต้องคิดว่ายังมีคนอื่นที่ทำได้ เราต้องเปิดกว้าง ต้องมีเพื่อนร่วมทาง การทำเรื่องพนันคงต้องใช้เวลาอีกพอสมควรคงต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องอีกเยอะ ถ้าเทียบกับเหล้า คงต้องทำงานเพิ่มขึ้น 3 เท่าค่ะ ลำพังพวกเราเพียงกลุ่มเดียว หรือแม้กระทั่งตัวแกนนำเองซึ่งเป็นผู้นำในชุมชน ไม่กล้าไปชนกับเรื่องราวเหล่านี้ มันมีความยากง่ายต่างกับเรื่องเหล้าเยอะ

เราต้องพูดคุยกับผู้นำชุมชน ในฐานะที่เป็นแกนนำชุมชนหรือเป็นคนในชุมชน ควรเริ่มที่ความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้น การเป็นต้นแบบที่ดี กับเด็กและเยาวชนก็ต้องพูดอีกประเด็นหนึ่ง เช่นเรื่องการปลูกฝังทัศนคติแก่เด็กและเยาวชน ส่วนฝ่ายรัฐก็ต้องดูว่าเป็นรัฐบาลกลางหรือรัฐส่วนท้องถิ่น ถ้าเป็นส่วนชุมชนจะคุยง่ายหน่อย ส่วนรัฐบาลกลางจะคุยยากสุดแต่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาได้มากที่สุด

 

อยากบอกอะไรกับแนวร่วมที่จะลุกขึ้นมาทำงานรณรงค์หยุดพนันในชุมชนบ้าง

อยากบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำหนึ่ง เราต้องมั่นใจว่าเราอยากทำจริงๆ สอง เราต้องมีเพื่อน เราอย่าทำอะไรคนเดียวนะคะ เราต้องมีเพื่อนที่คิดอยากทำงานเหมือนกันกับเรา สาม ต้องมีความจริงใจต่อชุมชน

เรื่องทุกเรื่องทำได้ค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าจะทำวันนี้ ปีนี้ สองปีนี้ แล้วจบ แต่ควรจะทำไปเรื่อยๆ และที่สำคัญคือตัวเรา เราต้องทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่ว่าทำไปสักระยะไม่ได้ดั่งหวังแล้วก็เลิกทำ ต้องสร้างความศรัทธาให้เกิด ศรัทธาต่อตนเอง ต่อทีมงาน ต่อกระบวนการทำงานและต่อชุมชน มันก็จะนำไปสู่การทำงานต่างๆ ในชุมชนให้ประสบผลสำเร็จได้