บ่อนงานศพ พิธีกรรมหรือธุรกิจที่หากินกับศพ

โดย วัชระ ศิลป์เสวตร์

บ่อนงานศพ พิธีกรรมหรือธุรกิจที่หากินกับศพ

บ่อนงานศพ กำลังเป็นที่นิยมของนักเล่นพนันในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน อาทิ จังหวัดชุมพร พังงา สุราษฎร์ธานี กระบี่ และนครศรีธรรมราช จากการสำรวจเป็นเวลาหนึ่งเดือนพบว่ามีงานศพไม่น้อยกว่า 7-10 แห่ง ในแต่ละอำเภอทุกงานจะมีการเล่นการพนันไม่น้อยกว่า 15 วง โดยมีผู้เล่นหลากหลาย ทั้งนักการเมืองท้องถิ่น กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ เด็กนักเรียน นักศึกษา พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร และกรรมกร 

เครือข่ายบ่อนงานศพเดินสายทำธุรกิจกับญาติของผู้เสียชีวิต จูงใจนักธุรกิจ การพนันเข้าสู่วงการซึ่งทำรายได้มหาศาลในแต่ละคืน พร้อมดึงดูดนักพนันหน้า ใหม่ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีกลุ่มเยาวชน คน หนุ่มสาว เข้ามาเล่นการพนันเพิ่มขึ้น เพราะมองว่าการพนันเป็นสิ่งท้าทาย สามารถหาเงินได้อย่างง่ายดาย ส่วนนักพนันอาชีพจะเป็นกลุ่มนักการ เมืองท้องถิ่น เจ้าของสวนยาง-ปาล์ม ผู้รับจ้างทั่วไป เยาวชน นักศึกษา และกลุ่มที่ไม่ทำงานประจำแต่มีอาชีพเดินสายเล่น การพนันเพียงอย่างเดียว 

แม้บ่อนงานศพจะเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมาย แต่ก็จะ พบการตั้งโต๊ะเปิดเล่นกันอย่างเปิดเผย มีการทำระบบ แลกชิพไม่ต่างจากบ่อนขนาดใหญ่ และมีวงเงินหมุนเวียน แต่ละคืนหลายแสนบาท

ความนิยมและแพร่หลายของบ่อนลักษณะนี้เกิดขึ้นได้เพราะมีเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้บังคับใช้กฎหมายเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย โดยดำเนินงานเชื่อมโยงกันเป็นเครือ ข่ายและแบ่งผลประโยชน์กันเป็นทอดๆ 

เครือข่ายธุรกิจบ่อนงานศพมักจะมีฝ่ายติดตามข่าวการเสียชีวิตตระเวนไป ตามพื้นที่ต่างๆ เมื่อมีผู้เสียชีวิต สมาชิกในเครือข่ายธุรกิจบ่อนงานศพจะเร่ง เข้าไปเจรจากับเจ้าภาพเพื่อขออนุญาตตั้งวงเล่นการพนันโดยมีค่าตอบแทนให้ เป็นรายคืน ตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท ตามแต่ตกลงกัน หรือถ้ามีรายได้ดีก็จะ มีเงินตอบแทนเพิ่มเติมให้เจ้าภาพ 

บางพื้นที่เครือข่ายธุรกิจบ่อนงานศพจะเจรจากับเจ้าภาพให้ตั้งสวดอภิธรรม ศพต่อเนื่องหลายคืน โดยเครือข่ายฯ จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายภายในงานทั้งหมด รวมถึงเจรจาต่อรองกับบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งตำรวจ กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อขออนุญาตเปิดเล่นการพนันในงานศพ 

เครือข่ายธุรกิจบ่อนงานศพมักจะอ้างเหตุผลว่า เปิดบ่อนเพื่อดึงดูดให้ผู้ที่มา ร่วมงานได้อยู่นานๆ และเป็นเพื่อนกับเจ้าภาพ ซึ่งเหตุผลดังกล่าว เป็นเพียงข้ออ้างที่จะเปิดบ่อนเล่นการพนันกันเท่านั้น 

กระนั้นเครือข่ายธุรกิจบ่อนงานศพก็เอื้อประโยชน์บางอย่าง และตอบแทนให้เจ้าภาพด้วย เพราะโดยทั่วไปเจ้าภาพต้องจัดการ เรื่องต่างๆ มากมาย ทั้งข้าวปลาอาหาร การต้อนรับแขกที่มาร่วม พิธีศพ จึงไม่มีเวลาจัดการเรื่องต่างๆ ได้ครบทั้งหมด บางงานมี เจ้าภาพออกมาต้อนรับแขกเพียง 1-2 คน ช่องว่างตรงนี้จึงกลายเป็น โอกาสที่เครือข่ายธุรกิจบ่อนงานศพเข้ามาขันอาสาช่วยเหลือ โดยอ้าง ว่าห่วงใยเจ้าภาพงานศพ เกรงว่าหากไม่ให้เล่นการพนันจะไม่มี คนอยู่เป็นเพื่อนเจ้าภาพ นอกจากนั้น เครือข่ายธุรกิจบ่อนงานศพ ยังรับเป็นผู้ประสานงาน เชิญนักการเมืองท้องถิ่นหรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเป็นประธานในการบำเพ็ญ กุศลศพและพิธีฌาปนกิจ

 

{#img21.jpg}

 

ในบางจังหวัดเครือข่ายธุรกิจบ่อนงานศพกระจาย ตัวไปทั่วทุกอำเภอ ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการเต็นท์ เช่าหลายรายในอำเภอหนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนให้ ข้อมูลว่า ในอำเภอ หากมีงานศพที่ใดก็จะพบบ่อนที่นั่น โดยประเภทของการพนันที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ไฮโล เพราะสามารถเล่นได้ตลอดงานจนถึงวันฌาปนกิจ 

เมื่องานศพกลายเป็นพื้นที่ให้กับธุรกิจการพนัน วิถีแห่งพิธีกรรมใน วาระสุดท้ายของชีวิตก็ถูกลดทอนความสำคัญลงไป งานศพที่เจ้าภาพอยาก จัดเพียง 3 หรือ 5 วัน ขยายเป็น 10 วัน ด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ยิ่งจัดพิธีศพ นานก็หมายถึงรายได้ที่อาจเพิ่มขึ้นของวงพนัน ในส่วนเจ้าภาพเองก็อาจจะได้ ส่วนแบ่งจากผลประโยชน์เพิ่มขึ้นด้วย 

ในอีกด้านหนึ่ง ธุรกิจบ่อนงานศพได้ส่งผลต่อการประกอบศาสนพิธี พระหลายรูปถูกญาติโยมติติงว่าเทศน์นานไป มีเวลาให้เล่นพนันน้อย หรือ หากพระรูปใดไม่อนุญาตให้เปิดบ่อนในงานศพซึ่งจัดในเขตวัด ก็จะถูกร้อง เรียน ทำให้พระบางรูปต้องออกจากชุมชนไป 

ที่สำคัญ “บ่อนงานศพ” จัดในพื้นที่สาธารณะอย่างเปิดเผย เอื้อโอกาส ให้คนทุกวัย อาชีพ และสถานะในสังคม เช่น นักเรียนตั้งแต่ระดับประถม ศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมเล่นการพนันได้ 

การเล่นการพนันทั้งบ่อนงานศพหรือบ่อนการพนันทุกประเภทอย่างเปิด เผย ภาพการเล่นการพนันในบ่อนงานศพที่ถูกยกระดับเป็นธุรกิจการพนัน แบบมืออาชีพ ส่งผลกระทบต่อสังคมและวัฒนธรรมอันดีงาม และสุ่ม เสี่ยงให้เกิดปัญหาหรือผลกระทบอื่นตามมา โดยเฉพาะปัญหา อาชญากรรม ปัญหาสังคม ปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นเรื่อง ที่หลายฝ่ายกังวลใจ และมีการรวมกลุ่มในระดับพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหา โดยมีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจ ดังนี้

  1. ผู้บังคับบัญชาระดับสูงต้องเข้มงวด กำชับผู้ใต้บังคับบัญชาให้ เคร่งครัดการบังคับใช้กฎหมาย ไม่เรียกรับผลประโยชน์ และปฏิบัติหน้าที่ อย่างผู้มีความรับผิดชอบ 
  2. ฝ่ายปกครอง นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องมีมาตรการบังคับผู้ บริหารระดับท้องถิ่นว่า หากพื้นที่ใดปล่อยให้มีการเล่นการพนันจะถูกลงโทษ หรือประณามอำเภอ/ตำบล/หมู่บ้านที่ยังปล่อยให้มีการเล่นพนัน หรือตัดงบ ประมาณ ส่วนสถานีตำรวจ หากพื้นที่ใดปล่อยให้มีการเล่นการพนันก็ต้อง ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงผู้กำกับการสถานีตำรวจนั้นๆ รวมทั้งตำรวจที่ เกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ โดยต้องแต่งตั้งตัวแทนภาคประชาชน เข้าไปมีส่วนร่วมในการสอบสวนด้วย และหากพบว่ากระทำผิดจริงต้องลงโทษ อย่างเด็ดขาด 
  3. ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน สมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรมีมาตรการหรือนโยบายที่เข้มงวด ไม่อนุญาตให้มีการเล่นการพนัน หรือ หากทำไม่ได้ก็อาจจะอนุญาตให้เล่นได้ไม่เกินคืนละ 2 วง และค่อยๆ ลดลงจน ไม่มีการเล่นการพนันในที่สุด 
  4. ให้ผู้ใหญ่บ้าน/กำนันชี้แจงกับเจ้าภาพงานศพ โดยขอ ความร่วมมือไม่ให้มีการเล่นการพนันในงานศพ 
  5. หากไม่สามารถขอให้หยุดเล่นการพนันบ่อนงานศพได้ ต้องกำชับเจ้าบ้านว่าจะต้องไม่อนุญาตให้เด็กและเยาวชนเล่นการ พนัน ให้อนุญาตเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป (ตามกฎหมาย) และต้องจัดให้สถานที่เล่นการพนันอยู่ในที่มิดชิด ห้ามเล่นการพนัน ทุกประเภทในบริเวณวัดและสถานที่สำคัญทางศาสนา และกำหนด ระยะเวลาให้สามารถเล่นได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มเพดาน โทษปรับให้สูงขึ้น ตลอดจนออกข้อบังคับควบคุมการปล่อย เงินกู้นอกระบบในพื้นที่นั้นๆ โดยอาจจะกำหนดให้เป็น กติกาของชุมชน แล้วเสนอไปยังท้องถิ่นให้ออกเป็นข้อ บังคับตำบล